Aqua Peel, Hydra Facial และ Water Glow Injection: แตกต่างกันอย่างไร?

แม้ว่าทั้งหมดจะถูกจัดอยู่ในประเภท "ทรีตเมนต์เพิ่มความชุ่มชื้น" แต่ระดับความลึกของการออกฤทธิ์และกลไกการทำงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง Aqua Peel เกี่ยวข้องกับการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอก Water Glow Injection เกี่ยวข้องกับการฉีดกรดไฮยาลูรอนิกเข้าไปในชั้นหนังแท้ และ Hydra Facial ผสมผสานการดูดสุญญากาศกับการผลัดเซลล์ผิว เกณฑ์การเลือกตามวัตถุประสงค์: Aqua Peel/Hydra Facial มุ่งเป้าไปที่เซลล์ผิวที่ตายแล้วและรูขุมขน และ Water Glow Injection สำหรับผิวแห้งและริ้วรอยเล็กๆ เมื่อใช้ทรีตเมนต์หลายชนิดร่วมกัน ลำดับและช่วงเวลาจะมีผลต่อผลลัพธ์ถึง 30% ...
วิเคราะห์เปรียบเทียบ 3 ทรีตเมนต์เติมความชุ่มชื้น
- ความลึกของทรีตเมนต์ต่างกัน 0.05 มม. ~ 1.3 มม.
- ระยะเวลาคงผล 3 วัน ~ 4 สัปดาห์
- ระยะเวลาพักฟื้น 0 ชั่วโมง ~ 24 ชั่วโมง
ทำไม 'เติมความชุ่มชื้น' เหมือนกัน แต่ผลต่างกัน? — เริ่มตั้งแต่กลไกการทำงาน
คำถามที่พบบ่อยที่สุดในห้องตรวจคือ 'ทั้งสามอย่างไม่ใช่ทรีตเมนต์เติมความชุ่มชื้นเหมือนกันเหรอคะ?' คำตอบคือ ทรีตเมนต์ทั้งสามชนิดมีชั้นเป้าหมายที่แตกต่างกันในโครงสร้างผิว Aquapeel ทำงานที่ชั้นขี้ไคลของหนังกำพร้า (0.05 มม.), HydraFacial ทำงานที่หนังกำพร้า + รูขุมขน (0.1-0.2 มม.), ส่วน Rejuran Healer ทำงานที่ชั้นบนของหนังแท้ (0.8-1.3 มม.)
Aquapeel ทำการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน + การนำส่งยาที่ละลายน้ำได้ไปพร้อมกัน ขณะที่ขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วด้วยหัวหมุน จะฉีดสารละลาย Glycolic Acid (AHA 5-10%) เพื่อละลายสิ่งสกปรกในรูขุมขน แม้ว่ากลไกการทำงานจะคล้ายกับกลุ่ม 'Hydrafacial MD' ที่ได้รับการอนุมัติจาก KFDA แต่ก็มีความแตกต่างในส่วนผสมของยาและแรงดูด
Rejuran Healer ฉีด Hyaluronic Acid (HA) 0.5-1cc เข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง หลักการคือ HA สามารถดึงดูดน้ำได้ 6 ลิตรต่อ 1 กรัม ทำให้ผิวเต่งตึงจากภายใน ในเกาหลี สูตรผสมที่ผสมวิตามินซี, กลูตาไธโอน และอื่นๆ เป็นที่นิยม
HydraFacial ใช้เครื่อง 'HydraFacial MD' จาก Edge Systems ของสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก โดยผสมผสานการดูดสุญญากาศ + การผลัดเซลล์ผิวด้วยกรด Glycolic/Salicylic หลังจากได้รับการอนุมัติจาก FDA ในปี 2016 ได้มีการดำเนินการใน 87 ประเทศทั่วโลก และเริ่มนำเข้ามาใช้อย่างจริงจังในเกาหลีตั้งแต่ปี 2018
ประเด็นสำคัญ ความแตกต่างที่สำคัญของทรีตเมนต์ทั้งสามคือ 'ความลึก' หากปัญหาคือขี้ไคล/รูขุมขน ควรเลือกเป้าหมายที่หนังกำพร้า (Aquapeel/HydraFacial) หากปัญหาคือความแห้งกร้าน/ริ้วรอยเล็กๆ ควรเลือกเป้าหมายที่หนังแท้ (Rejuran Healer) เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
- ความลึกของ Aquapeel: ชั้นขี้ไคลของหนังกำพร้า 0.05 มม.
- ความลึกของการฉีด Rejuran Healer: ชั้นบนของหนังแท้ 0.8-1.3 มม.
- แรงดูดของ HydraFacial: เฉลี่ย 20-30 mmHg
ระยะเวลาคงผล: 3 วัน ถึง 4 สัปดาห์ — ทำไมถึงต่างกัน?

ผลของ Aquapeel อยู่ได้เฉลี่ย 3-7 วัน ผลการขจัดขี้ไคลจะเห็นผลทันที แต่เนื่องจากครอบคลุมเพียง 1 ใน 4 ของรอบการผลัดเซลล์ผิว (28 วัน) เท่านั้น การปรับปรุงรูขุมขนจะอยู่ในระดับสูงทันทีหลังทำ และจะค่อยๆ กลับสู่สภาพเดิมหลังจากวันที่ 3
Rejuran Healer คงอยู่ได้ 2-4 สัปดาห์ Hyaluronic Acid ที่ฉีดเข้าไปจะค่อยๆ สลายโดยเอนไซม์ในร่างกาย (Hyaluronidase) ทำให้ผลค่อยๆ ลดลง มีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล โดยคนอายุ 20 ปีที่มีอัตราการเผาผลาญสูง ผลจะคงอยู่ประมาณ 2 สัปดาห์ ในขณะที่คนอายุ 40 ปีขึ้นไปที่มีการเผาผลาญช้า ผลจะคงอยู่ได้ถึง 4 สัปดาห์
HydraFacial อยู่ได้ 5-10 วัน ผลการขจัดขี้ไคล + เติมความชุ่มชื้นคล้ายกับ Aquapeel แต่ผลการทำความสะอาดรูขุมขนอย่างล้ำลึกด้วยการดูดสุญญากาศจะคงอยู่นานกว่า 2-3 วัน อย่างไรก็ตาม ผิวที่มีความมันสูงซึ่งมีการผลิตน้ำมันมาก มักจะกลับสู่สภาพเดิมภายใน 5 วัน
การศึกษาทางคลินิก (Journal of Cosmetic Dermatology, 2021) รายงานว่าการทำ Rejuran Healer ซ้ำ 4 ครั้ง สามารถยืดระยะเวลาผลลัพธ์ได้ถึง 6-8 สัปดาห์ เนื่องจากการสะสมของ HA ในขณะที่ Aquapeel และ HydraFacial ไม่ได้เพิ่มระยะเวลาคงผลแม้จะทำซ้ำ แต่จะเห็นผลสะสม (รูขุมขนกระชับ, ผิวเรียบเนียนขึ้น)
ทางคลินิก ตามข้อกำหนดของ KFDA การทำ Rejuran Healer ซ้ำ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 2-3 สัปดาห์ จะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ความพึงพอใจหลังทำเพียงครั้งเดียวต่ำกว่า 40% โดยเฉลี่ย
| ทรีตเมนต์ | ผลทันที | ระยะเวลาคงผล | ผลสะสมเมื่อทำซ้ำ |
|---|---|---|---|
| Aquapeel | ขจัดขี้ไคลทันที | 3-7 วัน | รูขุมขนกระชับสะสม (4 ครั้งขึ้นไป) |
| Rejuran Healer | ผิวเปล่งปลั่งหลัง 24 ชั่วโมง | 2-4 สัปดาห์ | HA สะสม (ยืดเยื้อ 6-8 สัปดาห์) |
| HydraFacial | ผิวใสทันทีหลังทำ | 5-10 วัน | ผิวเรียบเนียนสะสม |
เกณฑ์การเลือก ① ตารางจับคู่ตามปัญหาผิว — ปัญหาของฉันเริ่มจากตรงไหน
หากปัญหาหลักคือขี้ไคลและรูขุมขน ให้เลือก Aquapeel หรือ HydraFacial ทั้งสองทรีตเมนต์ใช้วิธีการผลัดเซลล์ผิวแบบกายภาพ + การผลัดเซลล์ผิวด้วยสารเคมีร่วมกัน เพื่อเร่งการผลัดเซลล์ผิวและขจัดสิ่งสกปรกในรูขุมขนโดยตรง ความแตกต่างอยู่ที่วิธีการดูด HydraFacial ใช้แรงดูดสุญญากาศที่แรงกว่า (20-30 mmHg) เพื่อดูดสิ่งสกปรกออกไปอย่างล้ำลึก
ความแห้งกร้าน/ริ้วรอยเล็กๆ/ผิวขาดความเปล่งปลั่ง เป็นปัญหาของ Rejuran Healer การฉีด Hyaluronic Acid เข้าสู่ชั้นหนังแท้จะช่วยเติมความชุ่มชื้นจากภายใน และทำให้ริ้วรอยเล็กๆ จางลงจากการขยายตัวของเส้นใยคอลลาเจน การดูแลเฉพาะพื้นผิวด้วยทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวไม่สามารถแก้ปัญหาความแห้งกร้านจากภายในได้
หากมีปัญหาหลายอย่าง (ขี้ไคล + ความแห้งกร้าน) ให้พิจารณาการทำทรีตเมนต์ร่วมกัน แนวทางปฏิบัติของสมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลี (2022) แนะนำลำดับ 'Aquapeel → Rejuran Healer หลัง 2 สัปดาห์' เนื่องจากการขจัดขี้ไคลก่อนจะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมยาที่ฉีดเข้าไปได้ 15-20%
ผิวแพ้ง่ายต้องเลือกอย่างระมัดระวัง Aquapeel/HydraFacial มีการกระตุ้นทางกายภาพ อาจทำให้ผิวแดง 1-2 ชั่วโมงหลังทำ Rejuran Healer ทำให้เกิดจุดแดงจากการใช้เข็ม 12-24 ชั่วโมง ในช่วงที่มีอาการแพ้ผิวหนังอักเสบ/โรคผิวหนังเซ็บเดิร์ม ควรหลีกเลี่ยงทรีตเมนต์ทั้งสามชนิด
เคล็ดลับ จากประสบการณ์ทางคลินิก ผิววัย 20 ปีที่มีความมัน การทำ Aquapeel อย่างเดียวให้ผลดีที่สุด, วัย 30 ปีที่มีปัญหาผิวผสม การทำ HydraFacial + Rejuran Healer ร่วมกัน, และวัย 40 ปีที่มีผิวแห้ง การทำ Rejuran Healer เป็นหลัก ให้ความพึงพอใจสูงสุด
- เป้าหมายขี้ไคล/รูขุมขน: Aquapeel/HydraFacial
- เป้าหมายความแห้งกร้าน/ริ้วรอยเล็กๆ: Rejuran Healer
- อัตราการดูดซึมยาเพิ่มขึ้น 15-20% เมื่อทำร่วมกัน (ผลัดเซลล์ผิวก่อนฉีด)
เกณฑ์การเลือก ② สถานการณ์จำลอง — ถ้ามีงานแต่งงานในอีก 2 สัปดาห์?

หากมีงานสำคัญในอีก 1 สัปดาห์ HydraFacial เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัย ระยะเวลาพักฟื้น 0 ชั่วโมง สามารถแต่งหน้าได้ทันทีหลังทำ Rejuran Healer ทิ้งรอยเข็มไว้ 12 ชั่วโมง และ Aquapeel ทำให้ผิวแดง 1-2 ชั่วโมง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตารางงานในวันนั้นได้
หากมีงานสำคัญในอีก 2-3 สัปดาห์ การทำ Rejuran Healer เป็นอันดับแรก แล้วตามด้วย HydraFacial ในสัปดาห์สุดท้าย เป็นกลยุทธ์สองทางที่ได้ผลดี คือเติมความเปล่งปลั่งจากภายในด้วย Rejuran Healer และปรับผิวให้สมบูรณ์แบบด้วยการขจัดขี้ไคล/รูขุมขนก่อนงาน เป็นการผสมผสานที่นิยมใช้มากที่สุดในโปรแกรมดูแลผิวสำหรับงานแต่งงานในเกาหลี
หากต้องการดูแลผิวเป็นประจำ การทำ Aquapeel เดือนละครั้งจะคุ้มค่าที่สุด ราคาประมาณ 70,000-120,000 วอนต่อครั้ง ซึ่งถูกที่สุด และการดูแลขี้ไคล/สิวเสี้ยนเพียงอย่างเดียวก็สามารถปรับปรุงสภาพผิวได้มากกว่า 50% ผลการลดขนาดรูขุมขนจะเริ่มสะสมหลังจาก 3 เดือน
หากมีแผลเป็นจากสิว/รอยดำ ควรพิจารณาการทำเลเซอร์ร่วมด้วย แทนการทำทรีตเมนต์อย่างเดียว Aquapeel/HydraFacial ทำงานที่หนังกำพร้าเท่านั้น จึงไม่สามารถเข้าถึงความลึกของแผลเป็นได้ ในกรณีนี้ แนะนำให้ทำ Fractional Laser แล้วตามด้วย Aquapeel หลัง 2 สัปดาห์ เพื่อขจัดขี้ไคล
ข้อควรระวัง หลีกเลี่ยงการทำทรีตเมนต์ครั้งแรก 2-3 วันก่อนงานสำคัญ เนื่องจากไม่สามารถคาดการณ์การตอบสนองของแต่ละบุคคลได้ (เช่น ผิวแดงนาน, รอยเข็มหายช้า) จึงมีความเสี่ยงสูง
ค่าใช้จ่ายและความคุ้มค่า — 'เติมความชุ่มชื้น' เหมือนกัน ทำไมราคาต่างกันถึง 3 เท่า?
ณ ปี 2024 ในกังนัม โซล ราคา Aquapeel อยู่ที่ 70,000-120,000 วอน, HydraFacial 150,000-250,000 วอน, และ Rejuran Healer 200,000-350,000 วอน ความแตกต่างของราคาเกิดจากต้นทุนเครื่อง, วัสดุสิ้นเปลือง, และเวลาในการทำ HydraFacial ใช้หัวทิปของแท้จากบริษัทแม่ในสหรัฐอเมริกา (80,000-100,000 วอนต่อครั้ง) และ Rejuran Healer มีต้นทุนยาเพิ่มเติม (HA formulation 30,000-50,000 วอน)
เมื่อตรวจสอบจากระบบเปิดเผยค่าบริการที่ไม่ใช่ประกัน (Health Insurance Review & Assessment Service) จะพบว่ามีความแตกต่างกันมากในแต่ละคลินิก HydraFacial มีราคาตั้งแต่ช่วงปลาย 100,000 วอน ไปจนถึง 400,000 วอน ซึ่งต่างกันถึง 3 เท่า สาเหตุมาจากความเป็นของแท้ของเครื่องและตัวเลือกยาเพิ่มเติม ควรตรวจสอบเครื่องหมายรับรองของแท้ (โลโก้ HydraFacial)
แม้จะมีการเสนอโปรโมชั่นลด 20-30% เมื่อซื้อเป็นแพ็กเกจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาถูกจะดีเสมอไป หากซื้อแพ็กเกจ 4 ครั้งแล้วผิวไม่ตอบสนอง อาจทำให้เสียเงินเปล่าได้ ควรชำระเงินแบบครั้งเดียว 1-2 ครั้ง เพื่อดูการตอบสนองของผิว และหากพอใจจึงค่อยเปลี่ยนเป็นแพ็กเกจ
หากพิจารณาเฉพาะความคุ้มค่า Aquapeel ถือว่าคุ้มค่าที่สุด หากมีเป้าหมายเพื่อการดูแลขี้ไคล/รูขุมขน สามารถรักษาได้ในราคาต่ำกว่า 100,000 วอนต่อเดือน และเห็นผลสะสมที่ชัดเจนหลังจาก 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลต่อความแห้งกร้าน/ริ้วรอยเล็กๆ มีจำกัด ดังนั้นจึงต้องพิจารณาทั้งเป้าหมายและงบประมาณ
เคล็ดลับ เปรียบเทียบช่วงราคาตามภูมิภาคได้ที่ K-Dia แม้จะเป็นทรีตเมนต์เดียวกัน ราคาที่กังนัม/논현 จะแพงกว่าโดยเฉลี่ย 30% และที่ 신촌/홍대 จะถูกกว่า 15-20%
| ทรีตเมนต์ | ราคาเฉลี่ย | ระยะเวลา | ความคุ้มค่าต่อครั้ง |
|---|---|---|---|
| Aquapeel | 70,000-120,000 วอน | 15-20 นาที | |
| HydraFacial | 150,000-250,000 วอน | 30-40 นาที | |
| Rejuran Healer | 200,000-350,000 วอน | 20-30 นาที |
ข้อควรระวังในการทำทรีตเมนต์ร่วมกัน — ลำดับและระยะห่างส่งผลต่อผลลัพธ์

ไม่ควรทำ Aquapeel และ Rejuran Healer ในวันเดียวกัน การฉีดเข็มเข้าชั้นหนังแท้ทันทีหลังการผลัดเซลล์ผิวอาจเพิ่มการอักเสบเป็น 2 เท่า และยาที่ฉีดเข้าไปอาจรั่วไหลออกทางช่องว่างของขี้ไคลได้ ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และแนะนำให้เว้น 2 สัปดาห์
ลำดับที่ถูกต้องคือ 'ผลัดเซลล์ผิว → ฉีดหลัง 2 สัปดาห์' การขจัดขี้ไคลก่อนจะช่วยเพิ่มอัตราการดูดซึมยา และการฟื้นฟูจากการกระตุ้นเล็กน้อยจากการผลัดเซลล์ผิวยังช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนด้วย ในทางกลับกัน (ฉีด → ผลัดเซลล์ผิว) จะทำให้ผลการฉีดลดลงครึ่งหนึ่งจากการผลัดเซลล์ผิว จึงไม่มีประสิทธิภาพ
เมื่อทำ HydraFacial ร่วมกับเลเซอร์ ลำดับจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น การผลัดเซลล์ผิวทันทีหลังทำเลเซอร์ที่รุนแรง (IPL, Fractional) จะเพิ่มความเสี่ยงของรอยดำหลังการอักเสบได้ 30% ควรทำตามลำดับ เลเซอร์ → HydraFacial หลัง 7-10 วัน เพื่อให้การฟื้นฟูจากความเสียหายจากความร้อนของเลเซอร์เสร็จสิ้นก่อน
แนวทางปฏิบัติของสมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลี (2022) แนะนำ 'ห้ามผลัดเซลล์ผิวเกิน 2 ครั้งต่อเดือน' การขจัดขี้ไคลมากเกินไปจะทำลายเกราะป้องกันผิว ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น และอาจทำให้เกิดรอยดำหลังการอักเสบได้ การเว้นระยะห่างสำคัญกว่าความต้องการที่จะทำหลายอย่างพร้อมกัน
ข้อควรระวัง บางคลินิกเสนอ 'แพ็กเกจ 3 อย่างในวันเดียว' แต่แพทย์ผิวหนังไม่แนะนำ เนื่องจากมีแนวโน้มที่จะเป็นการรักษาที่เกินความจำเป็นเพื่อเพิ่มยอดขายระยะสั้น
- อัตราการดูดซึมยาเพิ่มขึ้น 15-20% เมื่อทำตามลำดับ ผลัดเซลล์ผิว → ฉีด
- ความเสี่ยงต่อการทำลายเกราะป้องกันผิวเพิ่มขึ้น 30% เมื่อผลัดเซลล์ผิวเกิน 2 ครั้งต่อเดือน
- อัตราการเกิดรอยดำหลังการอักเสบเพิ่มขึ้น 30% เมื่อทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวทันทีหลังเลเซอร์
เปรียบเทียบ 3 ทรีตเมนต์เติมความชุ่มชื้นในภาพรวม
Aquapeel [เน้นขี้ไคล·รูขุมขน]
- ความลึก: หนังกำพร้า 0.05 มม.
- คงผล: 3-7 วัน
- ค่าใช้จ่าย: 70,000-120,000 วอน
- พักฟื้น: ผิวแดง 1-2 ชั่วโมง
เหมาะสำหรับการดูแลรักษาประจำเดือนละครั้ง แข็งแกร่งต่อปัญหาผิวมัน·รูขุมขน
HydraFacial [ทำความสะอาดขี้ไคล+รูขุมขนอย่างล้ำลึก]
- ความลึก: หนังกำพร้า+รูขุมขน 0.1-0.2 มม.
- คงผล: 5-10 วัน
- ค่าใช้จ่าย: 150,000-250,000 วอน
- พักฟื้น: 0 ชั่วโมง (แต่งหน้าได้ทันที)
แนะนำก่อนงานสำคัญ ดูดสุญญากาศเข้าสู่รูขุมขนอย่างล้ำลึก
Rejuran Healer [เติมความชุ่มชื้นจากภายใน·ริ้วรอยเล็กๆ]
- ความลึก: หนังแท้ 0.8-1.3 มม.
- คงผล: 2-4 สัปดาห์
- ค่าใช้จ่าย: 200,000-350,000 วอน
- พักฟื้น: รอยเข็ม 12-24 ชั่วโมง
ผลสะสมเมื่อทำซ้ำ 3 ครั้งขึ้นไป เติมความชุ่มชื้นจากภายในด้วย HA
ความเข้าใจผิด
ความเข้าใจผิด ทั้งสามอย่างเป็น 'ทรีตเมนต์เติมความชุ่มชื้น' เหมือนกัน ดังนั้นผลลัพธ์จะคล้ายกัน แค่ราคาต่างกัน
ความจริง ความลึกในการทำงานแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ตั้งแต่ 0.05 มม. ที่หนังกำพร้า ไปจนถึง 1.3 มม. ที่หนังแท้ ปัญหาขี้ไคลต้องแก้ไขด้วยการผลัดเซลล์ผิว และความแห้งกร้านจากภายในต้องแก้ไขด้วยการฉีด หากได้รับทรีตเมนต์ที่ไม่ตรงกับเป้าหมาย ความพึงพอใจจะลดลงต่ำกว่า 40% การสำรวจของสมาคมแพทย์ผิวหนังเกาหลี (2022) พบว่า 70% ของ 'ความคาดหวังที่ไม่ตรงกัน' เกิดจากการเลือกทรีตเมนต์ผิด
ความเข้าใจผิด ของแพงดีกว่าเสมอ HydraFacial หรือ Rejuran Healer ดีกว่า Aquapeel
ความจริง ราคาเป็นเพียงผลต่างของต้นทุนเครื่องและต้นทุนยา ไม่ใช่ความเหนือกว่าของผลลัพธ์ หากเป้าหมายคือขี้ไคล/รูขุมขน Aquapeel จะคุ้มค่าที่สุด และความแห้งกร้าน/ริ้วรอยเล็กๆ จะแก้ไขได้ด้วย Rejuran Healer เท่านั้น การเลือกทรีตเมนต์ราคาแพงโดยไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจน อาจนำไปสู่การรักษาที่เกินความจำเป็น
ตรวจสอบก่อนทำทรีตเมนต์
- แพทย์ผิวหนังไม่แนะนำ 'แพ็กเกจ 3 อย่างในวันเดียว' (เช่น Aquapeel + Rejuran Healer + เลเซอร์) เนื่องจากเสี่ยงต่อการเพิ่มการอักเสบ
- การทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวทันทีหลังเลเซอร์ ต้องเว้นระยะห่าง 7-10 วัน หากทำพร้อมกันทันที ความเสี่ยงในการเกิดรอยดำหลังการอักเสบจะเพิ่มขึ้น 30%
- ห้ามทำทรีตเมนต์ทั้งสามชนิดในช่วงที่มีอาการแพ้ผิวหนังอักเสบ/โรคผิวหนังเซ็บเดิร์มเฉียบพลัน หรือช่วงที่มีการกำเริบของเริม
- การทำ Rejuran Healer เพียงครั้งเดียวไม่สามารถคาดหวัง 'ผลถาวร' ได้ มาตรฐานคือการทำซ้ำ 3-5 ครั้ง โดยเว้นระยะห่าง 2-3 สัปดาห์
- ต้องตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่สำหรับ HydraFacial การใช้หัวทิปที่ไม่ใช่ของแท้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ/ผิวหนังเสียหาย
คำถามที่พบบ่อย
ในบรรดาสามทรีตเมนต์นี้ อันไหนเจ็บน้อยที่สุด?
HydraFacial และ Aquapeel แทบไม่เจ็บเลย (ระดับ VAS 1-2) Rejuran Healer มีการกระตุ้นจากเข็ม ทำให้ระดับ VAS อยู่ที่ 3-4 และหากทายาชา 20 นาที ส่วนใหญ่จะทนได้ หากมีความไวต่อความเจ็บปวดสูง ทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิวจะสบายกว่า
สามารถแต่งหน้าไปทำทรีตเมนต์ในวันนั้นได้ไหม? แต่งหน้าได้ทันทีหลังทำหรือเปล่า?
Aquapeel/HydraFacial จำเป็นต้องล้างหน้าก่อนทำ ดังนั้นการไม่แต่งหน้าจะสะดวกกว่า หลังทำทันที HydraFacial สามารถแต่งหน้าได้เลย ส่วน Aquapeel แนะนำให้รอ 1-2 ชั่วโมง และ Rejuran Healer แนะนำให้รอ 12 ชั่วโมง
ฉันอายุ 20 ต้นๆ สามารถทำ Rejuran Healer ได้ไหม? เร็วเกินไปหรือเปล่า?
หากมีปัญหาผิวแห้ง/ขี้ไคลมาก ทรีตเมนต์นี้มีประสิทธิภาพโดยไม่คำนึงถึงอายุ อย่างไรก็ตาม ในวัย 20 ปี มักมีการผลิตน้ำมันมาก การทำ Aquapeel เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว ลองทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว 1-2 ครั้งก่อน เพื่อดูการตอบสนองของผิว หากยังไม่ดีขึ้น ค่อยพิจารณาเพิ่ม Rejuran Healer
สามารถทำได้ระหว่างตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรหรือไม่?
Aquapeel/HydraFacial สามารถทำได้ระหว่างตั้งครรภ์ แต่ต้องปรับลดความเข้มข้นของยาที่ใช้ (AHA, BHA) Rejuran Healer ขึ้นอยู่กับส่วนผสมของยา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ สำหรับช่วงให้นมบุตร ทรีตเมนต์ทั้งสามชนิดถือว่าปลอดภัย แต่มีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จึงจำเป็นต้องตรวจสอบล่วงหน้า
ถ้าทำทั้งสามอย่างพร้อมกัน ผลลัพธ์จะเพิ่มขึ้น 3 เท่าหรือไม่?
ไม่เลย การทำทรีตเมนต์ผลัดเซลล์ผิว + ฉีดพร้อมกันในวันเดียวจะเพิ่มการอักเสบเป็น 2 เท่า และอัตราการดูดซึมยาจะลดลง การทำร่วมกันตามลำดับ โดยฉีดหลังผลัดเซลล์ผิว 2 สัปดาห์ เป็นวิธีที่ปลอดภัย และการผลัดเซลล์ผิวไม่เกิน 2 ครั้งต่อเดือนจะช่วยป้องกันการทำลายเกราะป้องกันผิวได้
ราคาต่างกัน 3 เท่า ผลลัพธ์ต่างกัน 3 เท่าหรือไม่?
ราคาเป็นสัดส่วนกับต้นทุนเครื่อง, ต้นทุนยา, และเวลาในการทำ ไม่ใช่การเพิ่มขึ้นของผลลัพธ์เป็น 3 เท่า หากเป้าหมายคือขี้ไคล/รูขุมขน Aquapeel ราคา 70,000 วอนก็เพียงพอแล้ว และความแห้งกร้านจากภายในจะแก้ไขได้ด้วย Rejuran Healer ราคา 300,000 วอนเท่านั้น การจับคู่กับเป้าหมายสำคัญกว่าราคา
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่สามารถทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์ผิวหนังผู้เชี่ยวชาญก่อนทำทรีตเมนต์ ความเป็นไปได้และผลลัพธ์ของการทำทรีตเมนต์อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพผิว, ประวัติทางการแพทย์, และยาที่กำลังใช้อยู่



