เหตุผลที่จำนวนไหมในการร้อยไหมไม่ใช่ยิ่งเยอะยิ่งดี

- การใส่ไหมเยอะไม่ได้ทำให้ความยืดหยุ่นอยู่ได้นานขึ้น — ความหนาของผิวหนังแตกต่างกัน
- แม้จะเป็นไหม PDO เหมือนกัน แต่ระยะเวลาพักฟื้นอาจต่างกันถึง 3 เท่า ขึ้นอยู่กับสภาพผิว
- เหตุผลที่ไหม PCL แบบเงี่ยงกลับทำให้ผิวบางดูเป็นคลื่น
ข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569
วิธีเลือกไหมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสภาพผิวแต่ละประเภท
- ไหม PDO สลายตัวใน 6 เดือน
- ไหม PCL คงอยู่ 12-18 เดือน
- ไหม PLLA กระตุ้นคอลลาเจน 24 เดือน
การใส่ไหมเยอะๆ ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นานหรือไม่?
หากคุณเคยคิดว่าการใส่ไหมร้อยไหมจำนวนมากจะช่วยให้ผิวกระชับได้นานขึ้น ความคิดนั้นถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะจริงๆ แล้ว การจัดวางไหมมีความสำคัญต่อผลลัพธ์มากกว่าจำนวนไหม โดยขึ้นอยู่กับชนิดของไหมและสภาพผิวของคุณ
ไหมร้อยไหมมีหลักๆ 3 ชนิด คือ PDO, PCL และ PLLA แต่ละชนิดมีอัตราการสลายตัวและวิธีการกระตุ้นคอลลาเจนที่แตกต่างกัน และจะเลือกไหมที่เหมาะสมกับความหนาและความยืดหยุ่นของผิว
PDO, PCL, PLLA แตกต่างกันอย่างไร?
ไหม PDO (Polydioxanone) จะสลายตัวภายใน 6 เดือน โดยมีเป้าหมายเพื่อการยกกระชับทันที ไหมชนิดนี้บางและนุ่ม จึงไม่ก่อให้เกิดภาระต่อผิวมากนัก แต่มีระยะเวลาคงอยู่นานที่สุด
ไหม PCL (Polycaprolactone) จะค่อยๆ ละลายภายใน 12-18 เดือน พร้อมทั้งกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ไหม PLLA (Poly-L-Lactic Acid) จะกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนนานกว่า 24 เดือน อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ทันทีจะค่อนข้างน้อย และจะรู้สึกถึงความตึงกระชับหลังจาก 2-3 เดือน
หากต้องการการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ควรเลือก PDO แต่หากเป้าหมายคือความกระชับในระยะยาว ควรเลือก PLLA
แบบทดสอบ OX
สำหรับผู้หญิงอายุ 30 ปี ที่มีผิวบาง การใส่ไหม PCL แบบมีเงี่ยงจำนวนมากจะให้ผลลัพธ์ที่ดี
ตรวจสอบคำตอบ
X สำหรับผิวที่มีความหนาไม่ถึง 1.2 มม. เงี่ยงของไหมอาจมองเห็นเป็นคลื่นไม่เรียบบนผิวได้ ในกรณีนี้ ไหม PDO แบบเรียบจะปลอดภัยกว่า
ไหมชนิดไหนที่เหมาะกับผิวของฉัน?

สำหรับผู้ที่มีผิวบางและบอบบาง ไหม PDO แบบเรียบจะปลอดภัยกว่า ไหมแบบมีเงี่ยง (Cog) อาจมองเห็นเป็นคลื่นไม่เรียบบนผิวที่มีความหนาไม่ถึง 1.2 มม.
ในทางตรงกันข้าม สำหรับผู้ที่มีผิวหนาและหย่อนคล้อยมาก จำเป็นต้องใช้แรงดึงจากไหม PCL แบบมีเงี่ยง
สำหรับผู้ที่อายุ 30 ต้นๆ มักจะเริ่มต้นด้วย PDO แบบเบาๆ ส่วนผู้ที่อายุ 40 ปีขึ้นไป มักจะเลือก PLLA เพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
อย่างไรก็ตาม หากคุณมีแนวโน้มที่จะเกิดการอักเสบได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยง PLLA
ข้อควรระวัง ผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ PLLA เนื่องจากมีความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบสูง
จำไว้เพียงเท่านี้
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการจัดวางไหมให้เหมาะสมกับสภาพผิวของคุณ แทนที่จะเพิ่มจำนวนไหม
การใส่ไหมแบบมีเงี่ยงจำนวนมากบนผิวบางอาจทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน ในขณะที่การใช้ไหมแบบเรียบเพียงอย่างเดียวบนผิวหนาอาจให้ผลลัพธ์ที่ไม่ชัดเจน
หัวใจสำคัญคือการเลือกชนิดของไหมโดยพิจารณาความหนาของผิว ระดับความหย่อนคล้อย และงบประมาณในการพักฟื้นก่อนการทำหัตถการ การใส่ไหมเยอะๆ ไม่ได้ทำให้ความกระชับเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
- ความหนาผิว 1.2 มม. เป็นเกณฑ์ในการเลือกไหม
- PCL คงอยู่ยาวนานกว่า PDO 2 เท่า
เลือกไหมที่เหมาะกับฉัน
อายุ 30 ต้นๆ · ผิวบาง · ต้องการยกกระชับทันที
ไหม PDO แบบเรียบ 20-30 เส้น
อายุ 40 ปีขึ้นไป · ผิวหย่อนคล้อยมาก · ต้องการความกระชับระยะยาว
การผสมผสานระหว่างไหม PLLA แบบตาข่าย + ไหม PCL แบบมีเงี่ยง
ความเชื่อที่ผิด
ความเข้าใจผิด การใส่ไหมเยอะๆ ทำให้ผลลัพธ์อยู่ได้นาน
ความจริง ชนิดของไหมและการจัดวางที่เหมาะสมกับสภาพผิวเป็นตัวกำหนดระยะเวลาของผลลัพธ์มากกว่าจำนวนไหม การใส่ไหมแบบมีเงี่ยงมากเกินไปบนผิวบางอาจทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียน
ตรวจสอบก่อนร้อยไหม
- ผู้ที่มีประวัติเป็นคีลอยด์หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ PLLA
- การก้มหน้าหรือตะแคงนอนมากเกินไปในช่วง 2 สัปดาห์หลังทำหัตถการ อาจทำให้ไหมเคลื่อนที่ได้
- หากมีอาการอักเสบหรือบวมนานกว่า 1 สัปดาห์ หรือไหมมองเห็นทะลุผิว ควรกลับมาพบแพทย์ทันที
คำถามที่พบบ่อย
อาการบวมหลังร้อยไหมจะหายไปนานแค่ไหน?
โดยทั่วไปจะยุบลงภายใน 3-5 วัน และไหมแบบมีเงี่ยงอาจใช้เวลามากกว่าไหมแบบเรียบประมาณสองวัน
สามารถใช้ PCL และ PLLA ร่วมกันได้หรือไม่?
ได้ค่ะ สามารถใช้ร่วมกันได้เมื่อต้องการทั้งการยกกระชับทันที (PCL) และการฟื้นฟูระยะยาว (PLLA)
ผลข้างเคียงจากการร้อยไหมมีอะไรบ้าง?
ไหมอาจมองเห็นทะลุผิวหนัง หรืออาจเกิดการติดเชื้อ/อักเสบได้ในบางกรณี หากอาการบวมยังคงอยู่เป็นเวลามากกว่า 1 สัปดาห์ ควรกลับมาพบแพทย์
คำแนะนำจากลูมิ
สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเลือกชนิดไหมที่เหมาะกับผิวของคุณ แทนที่จะเพิ่มจำนวนไหม หากผิวบาง ควรเลือกใช้ไหม PDO แบบเรียบอย่างเบาๆ หากกังวลเรื่องความหย่อนคล้อย ควรเลือกใช้ PCL หรือ PLLA เพื่อความกระชับในระยะยาว ขอเป็นกำลังใจให้คุณมีรอยยิ้มที่สดใสทุกครั้งที่มองกระจก!
เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น และไม่สามารถทดแทนคำแนะนำทางการแพทย์ได้ โปรดปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเข้ารับการรักษา








